เรื่องย่อหนัง
หนัง Railway Sleepers หรือชื่อไทยว่า หมอนรถไฟ หนังเรื่องนี้ก็คือ เป็นผลงานสารคดีไทยที่ใช้เวลาถ่ายทำถึง 8 ปี เพื่อบันทึกชีวิตประจำวันของผู้โดยสาร ทำให้เราเห็นถึงการนำเสนอภาพซ้อนทับเชื่อมโยงสังคมในปัจจุบันอย่างน่าสนใจ ผ่านการจับจ้องถึงสังคมภายในรถไฟขบวนต่างๆ กัน ซึ่งหนังเรื่องนี้เพิ่งได้ฉายไปที่เทศกาล World Film ไป เพียงแค่ 2 รอบ เมื่อปลายเดือนมกราคม 60 และได้รับเสียงตอบรับอย่างดี ล่าสุดกำลังจะเดินทางไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์เบอร์ลิน ครั้งที่ 47
ตัวอย่างหนังออนไลน์

รีวิวหนัง
ในยุคของการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ความเป็นสมัยใหม่ การเกิดขึ้นของรถไฟที่ทอดรางยาวเชื่อมต่อการเดินทางเคลื่อนย้ายทั้งผู้คนและผลผลิตทางเศรษฐกิจ เป็นปัจจัยที่สำคัญมากในการผลักดันความเจริญของชาติบ้านเมือง หนังเรื่องนี้ได้เท้าความถึงวันที่รถไฟไทยได้เปิดตัวในสมัยของ ร.5 และกระโดดข้ามเวลามาสู่ภาพฟุตเทจวิถีชีวิตบนรถไฟไทยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา หนังบันทึกภาพและเสียงชีวิตที่สัญจรไปมาบนรถไฟในปัจจุบันคู่ขนานกับการเดินทางทางประวัติศาสตร์ของรถไฟ ในวันที่มันไม่ได้เป็นสัญลักษณ์ของความทันสมัย ความเจริญรุ่งเรืองอีกต่อไปแล้ว

ตลอดทั้งเรื่องของหนัง คือภาพฟุตเทจชีวิตบนรถไฟที่นำมาตัดสลับรวมกัน คนบนรถไฟในที่แตกต่างกันทั้งชนชั้นเศรษฐกิจ ภูมิลำเนา วัฒนธรรม และสถานะทางสังคมอื่นๆ แทรกด้วยประวัติศาสตร์ของรถไฟที่ดำเนินยาวนานมาจนเป็นระบบวิธีการทำงานของการรถไฟในปัจจุบัน สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อหนังได้หยิบประวัติศาสตร์ในวันที่รถไฟเคยเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นสมัยใหม่ เป็นความหวังของการพัฒนาก้าวใหญ่ของเศรษฐกิจและการหมุนเวียนความเจริญไปตามที่รางรถไฟที่แทรกไปถึง มาในปัจจุบัน พื้นที่บนรถไฟกลับเป็นพื้นที่ที่ถึงแม้จะเคลื่อนที่ตลอดเวลา แต่กลับดูเป็นพื้นที่ที่ถูกแช่แข็ง กิจวัตรซ้ำเดิม เป็นพื้นที่ของความเชื่องช้า ที่ดูจะไม่ได้ขับเคลื่อนอะไรที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าตัวเลือกทางการสัญจรไปมาที่จำเป็นเพียงตัวเลือกเดียว สำหรับบางชนชั้นเศรษฐกิจที่จะเข้าถึงได้

ว่ากันว่าหนึ่งในคุณสมบัติของการเป็นนักเล่าเรื่องถ่ายทอดเรื่องราวได้ดี คือการมีสายตาที่ละเอียดอ่อนต่อชีวิต มองเห็นโมเมนท์เฉพาะตัวที่จะเกิดขึ้นได้ประจวบเหมาะเจาะ ในจังหวะที่พื้นที่และเวลาบางอย่างได้มาบรรจบกัน ภาพฟุตเทจในหนังเองก็ยืนยันถึงความเฉียบคมละเอียดอ่อนของตัวผู้กำกับ ซึ่งมีสายตาที่ไม่ธรรมดา ทั้งยังมีความเซอร์ไพรส์เมื่อหนังที่ดูมีความจริงจังสูงตลอดทั้งเรื่องกลับหยอดอารมณ์ขันที่น่าฉงนฉงาย คาใจ และน่าขบคิดต่อในตอนท้าย