คนส่วนใหญ่มักชอบที่จะดูของจากร้าน ลดราคา เมื่อใดที่ร้านค้า หรือ ห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ ประกาศว่ามีสินค้าลดราคา จะลดเท่าไหร่มากน้อยเพียงใด ข่าวประเภทนี้ จะมาถึงหูสาว ๆ นักช็อปเร็วเสียยิ่งกว่าสิ่งใด ความเป็นนักช็อบมืออาชีพ จะมีการเตรียมตัววางแผนที่จะหาทางช็อปให้ได้ ยิ่งในการเดินห้าง แล้วเจอป้ายที่บอก ลด 50% ถึง 80% ซื้อ 1 แถม 1 จะขอลองแวะเข้าไปดู เผลอ ๆ อาจได้ติดมือมาแบบไม่รู้ตัว แต่หารู้ไม่ ของเหล่านั้นอาจจะเป็นการจ่ายเงินโดยไร้ซึ่งมูลค่า
การจ่ายเงินซื้อของลดราคา ส่วนมากที่เราได้มา ก็จะเป็นเพราะเคยเห็นสินค้าชิ้นนี้ ในราคาแพง และเห็นว่าเป็นสินค้ามียี่ห้อ แต่พอมีการลดราคาลงมา เนื่องด้วยสาเหตุต่าง ๆ เช่น ตกรุ่น มีตำหนิ หรือ โละสต็อก จึงต้องทำการลดราคา เพื่อขายออกไป พอเราเห็นการลดราคา เราก็ตัดสินใจซื้อมาทันที โดยลืมนึกไปว่า ของที่เรามีอยู่เพิ่งได้มานั้นยังไม่ได้ใช้ ก็ได้นำของชิ้นใหม่เข้ามาแทนกันแล้ว บางท่านอาจจะบอกว่า ซื้อมาเก็บไว้ก่อน ซื้อตอนถูกเดี๋ยวพอกลับมาแพงก็จะซื้อไม่ได้ แต่ความเป็นจริง สินค้าในการลดราคา ต้องมีเหตุผลในการลด อาจจะใกล้หมดอายุ หรือ ใกล้เสื่อมสภาพ ผลิตไม่ได้ขนาดผิดแบบที่ต้องการ พอเราซื้อของมาเก็บไว้ ถึงวันที่เราจะนำออกมาใช้จริง ๆ อาจจะเสื่อมสภาพใช้การไม่ได้ เงินที่จ่ายออกไป ก็จะสูญเปล่า สู้เราต้องการจะใช้เมื่อไหร่ เราก็ค่อยซื้อหามาใช้ให้คุ้มค่า เสียยังดีกว่า
การซื้อของลดราคา บางประเภทก็ ไม่คุ้มกับการจ่ายเงิน ซื้อมาแล้วใช้การไม่ได้ ต้องทิ้งไปอย่างเช่น อาหารลดราคา ที่เราไม่รู้วันผลิตและหมดอายุ อาจจะทำมาตั้งแต่เช้า มีการตักบ่อย ๆ และไม่มีการอุ่นอยู่เสมอ แกงก็มีโอกาสเสีย พอเราซื้อมาเพื่อจะไว้อาศัยรับประทานวันหลัง ก็อาจจะหมดอายุ ขึ้นรา หรือ เน่าเสียไปแล้ว หรืออย่างของแห้งบางอย่างที่นำมาลดราคาก็ต้องมีการดูให้ดีด้วยเช่นกัน ของแห้งบางอย่างก็อาจจะเสียไปแล้ว มีราขึ้น แล้วแม่ค้าหัวใสทำการล้างและนำมาขายใหม่ แบบนี้ เป็นอันตรายอย่างมาก ต้องศึกษาเรื่องของการดูของแห้งให้ดีกันด้วย
ถ้าเราคิดจะซื้อของลดราคา เราต้องดูว่า เราจะได้ใช้งานเมื่อไหร่ อย่างเช่น กระเป๋าเก่าเริ่มจะขาดและใช้มานานมาก เราไปดูของลดราคาก่อน ก็คงไม่เสียหาย ศึกษาดูว่าจะลดวันไหน ลดเท่าไหร่ คุณภาพยังดีไหม รอวันที่ลดราคาจริง ๆ แล้วเราก็ไปเลือกซื้อมาใช้ทันที่ แบบนี้ ถือว่าเป็นการเลือกซื้อที่ฉลาด คุ้มค่ากับสินค้าลดราคาอย่างยิ่ง อย่างการเลือกซื้ออาหารลดราคา ก็เป็นตัวอย่างที่ดี อย่างหนึ่ง อย่างเช่น เรารู้ว่าสินค้าร้านนี้จะลดราคาขนม แล้วทางร้านมีการผลิตขึ้นวันต่อวัน ในช่วงเวลา 20.00 หรือ 2 ทุ่ม ของทุกวัน เราก็สามารถที่จะแวะไปเลือกดูสิ้นค้าที่ถูกใจเราได้ จะเก็บไว้ทานวันพรุ่งนี้ก็ยังได้ เราอาจจะได้กินข้ากว่าคนอื่น แต่เราก็ได้กินเหมือนกัน เป็นการประหยัดเงินในกระเป๋า แถมได้ของดีราคาถูกด้วย
การซื้อของลดราคาบางอย่าง ที่ไม่ควรซื้อเก็บไว้เป็นเวลานาน อายุการใช้งานบางอย่างไม่ยาวนานนัก อย่างเช่น เครื่องสำอาง ของประเภทนี้ยิ่งเก็บรักษาก่อนหน้านั้นไม่ดี ก็อาจจะเสียมาแล้วด้วย สำหรับเครื่องสำอาง บางท่านใช้ ชุดเดียวอาจจะอยู่ได้หลายเดือนการซื้อของลดราคารอไว้ อาจจะหมดอายุก่อนได้ หรืออย่างอาหารสด ของสด ของเหล่านี้ มีอายุที่จำกัด อย่างเช่น ผลไม้ ผัก กับข้าวถุง ของเหล่านี้ อายุสั้นมาก ต้องรีบนำมากิน ไม่เช่นนั้นก็ เน่าเสียทิ้งและเสียเงินไปฟรี ๆ เพิ่มค่าใช้จ่ายโดยไม่รู้ตัว

ส่วนการซื้อของลดราคาที่จะเก็บไว้ได้นาน ๆ หรือคุ้มค่าก็มีเช่นกัน อย่างเช่น ไอศครีมเพราะเป็นของที่แช่แข็งอยู่ตลอดเวลาและมีการเก็บได้อย่างยาวนานมาก ๆ หรือเครื่องมือช่างที่เป็นของตกรุ่น มีรุ่นใหม่ออกมาแทนที ของเหล่านี้จะมีอายุงานที่ใช้งานได้ยาวนานมาก ๆ ก็จะหาซื้อมาเก็บไว้ใช้ได้เช่นกัน หรือ เครื่องใช้ไฟฟ้า ตัวโชว์ตามห้างต่าง ๆ ที่นำออกมาลดราคา ของประเภทนี้จะเป็นจะลดราคาลงอย่างมาก และมีการรับประกันสินค้าเหมือนของใหม่ทุกประการ ยิ่งเป็นจำพวก เครื่องซักผ้า หรือ ตู้เย็น ของแบบนี้โชว์อย่างเดียวไม่ได้ใช้ มันก็คือของใหม่ดี ๆ นั้นเอง
การเลือกซื้อของลดราคา แบบนี้ต้องดูการรับประกัน และ อายุของการรับประกันให้ดีด้วย เพราะเครื่องใช้ไฟฟ้าสมัยใหม่ จะมีการรับประกันที่ยาวนานขึ้น อย่างไมโครเวฟรับประกัน 5 ปี หรือถังซักผ้ารับประกัน 3 ปี เริ่มจากวันที่เราซื้อมาครอบครอง จึงหมดปัญหาสินค้าเป็นของเก่า เป็นของมือสอง ยิ่งซื้อมาจากร้านดังด้วยแล้วเรื่องแบบนี้ทางร้านจะกลัวเสียชื่อเสียงเป็นอย่างมาก
ด้วยการเลือกซื้อสินค้าให้ชาญฉลาดเลือกให้ดี ของลดราคาก็มีประโยชน์เรียกได้ว่าไม่ต่างกัน แต่ถ้าเลือกแต่เน้นของลดราคาถูกจนลืมดูคุณภาพ ก็อาจจะกลายเป็นของแพง สินค้าลดราคาทุกอย่างนั้นเราควรทำการศึกษาให้ดี รู้สึกประโยชน์ในการใช้สอย สินค้าลดราคาเหล่านี้ จะให้คุณค่าคุ้ม กับการที่ต้องจ่ายเงินไป